vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

เบิก พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ได้ที่ไหน? สรุปสถานที่ ขั้นตอน และเอกสารที่ต้องใช้

schedule
share
เบิก พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ได้ที่ไหน

พ.ร.บ. คือสิ่งที่รถทุกคันต้องมีจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ รถยนต์ หรือรถตู้ หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และไม่สามารถต่อภาษีประจำปีได้ ความสำคัญของ พ.ร.บ. คือการให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด (คุ้มครองบุคคล ไม่รวมตัวรถ)

แม้การต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์จะไม่แพง (เฉลี่ย 300 – 1,200 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทรถ) แต่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 500,000 บาท คำถามสำคัญที่หลายคนมักเตรียมตัวไว้คือ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เราจะสามารถ เบิก พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ได้ที่ไหน และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? บทความนี้มีคำตอบที่ชัดเจนมาฝากกันครับ

เกิดอุบัติเหตุ เบิก พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ได้ที่ไหนบ้าง?

เพื่อให้คุณหรือผู้ประสบภัยได้รับค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยอย่างรวดเร็ว สามารถยื่นเรื่องเบิก พ.ร.บ. ได้ที่ 3 สถานที่หลัก ดังนี้:

  1. โรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษา: เป็นช่องทางที่สะดวกที่สุด โดยแจ้งสิทธิ์การใช้ พ.ร.บ. กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้ทันที (โรงพยาบาลจะประสานงานตั้งเบิกให้ในส่วนของค่ารักษาเบื้องต้น)
  2. บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด: ทุกสาขาทั่วประเทศ (สำหรับรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ)
  3. บริษัทประกันภัย: ที่คุณได้ทำการซื้อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์เอาไว้

ขั้นตอนการเบิก พ.ร.บ. เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ต้องทำอย่างไร?

  1. เข้ารับการรักษาทันที: เมื่อเกิดเหตุให้รีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเป็นอันดับแรก
  2. ลงบันทึกประจำวัน: แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้ใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานสำคัญในการเคลม
  3. ติดต่อบริษัทประกัน: แจ้งเหตุการณ์กับบริษัทหรือตัวแทนที่ซื้อ พ.ร.บ. ไว้ เพื่อเตรียมการตั้งเบิก
  4. ยื่นเอกสารตั้งเบิก: รวบรวมเอกสารยื่นผ่านโรงพยาบาล บริษัทกลางฯ หรือบริษัทประกัน โดย พ.ร.บ. จะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นหรือค่าสินไหมทดแทนภายใน 7 วัน

📌 ข้อควรระวัง: ผู้ประสบภัยหรือทายาท ต้องดำเนินการยื่นเรื่องขอเบิก พ.ร.บ. ภายใน 180 วัน (6 เดือน) นับจากวันที่เกิดเหตุเท่านั้น

เช็กลิสต์! เอกสารที่ใช้ในการเบิก พ.ร.บ. มีอะไรบ้าง?

เพื่อความรวดเร็วในการอนุมัติสินไหม ควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ดังนี้:

  • สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง (กรณีอายุไม่ถึง 15 ปี ใช้สูติบัตรแทน)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาทะเบียนรถคันที่เกิดเหตุ
  • สำเนาใบขับขี่ (ในกรณีที่ผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับขี่)
  • ใบกรมธรรม์ พ.ร.บ.
  • ใบแจ้งความ หรือ บันทึกประจำวันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • ใบรับรองแพทย์ และ ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาล (ฉบับจริง)
  • หนังสือรับรองความพิการ (กรณีสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ)
  • ใบมรณบัตร (กรณีเสียชีวิต)

สรุป

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ดังนั้นหลังจาก ต่อพ.ร.บ.รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์เรียบร้อยแล้ว ควรเก็บเอกสารหรือถ่ายรูปกรมธรรม์ติดโทรศัพท์ไว้เสมอ เพื่อให้หยิบมาใช้อ้างอิงสิทธิ์ได้ทันที

สำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางต่อประกันและ พ.ร.บ. ที่สะดวกและคุ้มค่า ขอแนะนำ insurverse บริษัทประกันออนไลน์ในเครือทิพยประกันภัย ที่รับต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ ด้วยราคาที่เป็นธรรม โปร่งใส พร้อมบริการประกันภัยรูปแบบอื่น ๆ ทั้งประกันรถยนต์ ประกันชีวิต และประกันการเดินทาง ให้คุณเลือกปรับแต่งได้ตามความต้องการ คลิกเช็กเบี้ยประกันและดูรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ได้เลย!

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)