เวลาขับไปรถข้างนอกตามที่ต่าง ๆ ผู้ใช้รถเคยสังเกตกันไหมว่า ตามขอบฟุตปาธที่ทาสีเส้นขาวเหลืองนั้นจอดได้ไหม จะผิดกฎหมายหรือเปล่า และที่ทาเส้นสีขาวดำ และขาวแดงคืออะไร เดี๋ยววันนี้ insurverse เราจะมาอธิบายเรื่องนี้ให้ทุกคนได้เข้าใจกันเองว่า แถบสีริมฟุตปาธแต่ละแบบ มีความหมายอย่างไร และมีบริเวณไหนบ้างที่จอดได้ และจอดไม่ได้ ตามมาดูกันดีกว่า
แถมสีริมฟุตปาธ เป็นหนึ่งในเครื่องหมายจราจร ที่มีไว้บังคับใช้แตกต่างกันไปตามพื้นที่นั้น ๆ เพื่อให้ผู้ใช้รถปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยจะใช้สีที่แตกต่างกันไป เพื่อแยกให้เข้าใจอย่างชัดเจนว่า บริเวณขอบทางแบบไหนสามารถจอดรถได้ แบบไหนที่จอดได้ชั่วคราวเพื่อรับส่ง และแบบไหนที่ห้ามจอดในทุกกรณี เพราะอาจสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้รถที่สัญจรไปมา
หนึ่งในเรื่องที่ผู้ใช้รถหลายคนอาจสงสัยมากที่สุด ก็คือ สรุปแล้วเส้นขาวเหลืองจอดได้ไหม ตามกฎหมายที่บังคับใช้นั้น สามารถจอดรับส่งได้ชั่วคราวเท่านั้น ไม่สามารถจอดแช่เป็นระยะเวลานาน ๆ ได้ เพราะบริเวณที่ทาฟุตปาธเส้นขาวเหลืองส่วนใหญ่ มักจะเป็นจุดรับส่งเป็นหลัก อย่างเช่น ป้ายรถเมล์ หน้าทางเข้าโรงเรียน หรือตามจุดต่าง ๆ ที่เป็นสถานที่สำคัญในการสัญจร และจำเป็นจะต้องมีการขึ้นลงรถ
นอกจากปัญหาเส้นขาวเหลืองจอดได้ไหม ระยะเวลาในการจอด น่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผู้ใช้รถหลายคนสงสัย ซึ่งตามข้อกฎหมายนั้น ไม่ได้มีการระบุระยะเวลาที่แน่นอนในการจอดเอาไว้ เพียงแต่ระบุว่าต้องเป็นการจอดชั่วคราว เพื่อรับส่งผู้โดยสารขึ้นลงรถเท่านั้น ไม่สามารถจอดค้างคืนได้เด็ดขาด จึงเป็นที่เข้าใจกันดีว่าไว้สำหรับคนขึ้นลงรถเท่านั้น การจอดเพื่อขนของลงจากรถเป็นจำนวนมาก ที่อาจส่งผลกระทบให้การจราจรติดขัด ก็อาจจะผิดกฎหมายด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกที
เชื่อว่าผู้ใช้รถหลายคน น่าจะเข้าใจถึงปัญหาเส้นขาวเหลืองจอดได้ไหมไปแล้ว แต่เราอยากจะพามาทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนอีกครั้ง กับแถบเส้นแต่ละสีว่าหมายถึงอะไร และข้อกฎหมายบังคับใช้ระบุไว้ว่าอย่างไรบ้าง เรามาดูกันดีกว่า
แถบเส้นขาวเหลือง เป็นเครื่องหมายห้ามจอดรถ ที่ระบุไว้ตามกฎหมาย ซึ่งหมายถึงการห้ามจอดรถทุกชนิดตลอดแนวที่ทาเส้นสีขาวเหลืองไว้ เว้นแต่การหยุดรับส่งคนชั่วคราว ซึ่งจะต้องเป็นไม่กินระยะเวลานาน จนทำให้เกิดการจราจรติดขัดต่อผู้สัญจรคนอื่น
แถบเส้นขาวดำ เป็นเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางประเภทเตือน ซึ่งมีไว้ให้ผู้ใช้รถสามารถมองเห็นขอบทางอย่างชัดเจน และสามารถจอดได้โดยไม่ผิดกฎหมาย เพียงแต่ต้องจอดให้ชิดกับของทางเท่านั้น จึงเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมผู้ใช้รถบางรายอาจถูกใบสั่ง เนื่องจากจอดรถบนเส้นขาวดำแบบไม่ชิดขอบทางนั่นเอง
แถบเส้นขาวดำ เป็นเครื่องหมายห้ามหยุดรถ ที่ระบุไว้ตามกฎหมาย ซึ่งหมายถึงการห้ามหยุดรถทุกชนิด ตลอดแนวที่ทาเส้นสีขาวแดงเอาไว้เป็นอันขาด โดยไม่มีข้อยกเว้นแต่อย่างใด
นอกจากบริเวณที่มีเครื่องหมายจราจรห้ามจอดแล้ว ยังมีบริเวณอื่น ๆ ที่กฎหมายห้ามจอดรถ ได้แก่
ในกรณีฉุกเฉินที่ไม่สามารถเลี่ยงการจอดรถได้ เช่น รถเสีย อุบัติเหตุเฉี่ยวชน หรือเหตุสุดวิสัยอื่น ๆ ผู้ใช้รถควรทำตามขั้นตอน ดังนี้
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจร และความหมายของเครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ใช้รถทุกคน โดยเฉพาะในเรื่องของการจอดรถ ซึ่งการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด จะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด และอุบัติเหตุลงไปได้มาก ส่วนผู้ใช้รถคนที่อยากได้ความอุ่นใจเพิ่มมากขึ้น การทำประกันภัยรถยนต์กับ insurverse ประกันรถยนต์ออนไลน์เจ้าแรกในไทย ที่เปิดให้ผู้ทำประกันสามารถปรับแต่งกรมธรรม์ได้ตามต้องการ จึงตอบโจทย์เงินในกระเป๋า พร้อมกับกรมธรรม์ที่คุ้มครองได้อย่างตรงใจ และยังทำประกันได้ตลอด 24 ชม. สะดวกเวลาไหน ก็เลือกทำประกันรถยนต์ได้ทันที
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว
ลองนึกภาพว่าคุณขับรถกลับบ้านแล้วอยู่ดี ๆ เจอน้ำท่วม รถดับกลางทาง คำถามคือ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะช่วยอะไรได้บ้าง บทความนี้จะอธิบายขอบเขตความคุ้มครองและข้อยกเว้นที่ควรรู้ก่อนเกิดเหตุจริงกัน ว่ารถน้ําท่วม ประกันจ่ายไหม รวมถึงวิธีเช็คความคุ้มครองภัยธรรมชาติในกรมธรรม์ของคุณ