มีผู้ใช้รถจำนวนไม่น้อยที่เจอปัญหาหินดีดใส่รถ บางคนโดนแล้วไม่เป็นอะไรก็ถือว่าโชคดีไป แต่สำหรับคันที่โดนแล้วร้าวหรือแตกแบบนี้ใคร ๆ ก็ต้องกังวลเป็นธรรมดา หากกระจกรถร้าวสามารถขับต่อได้ไหม ที่สำคัญขอเคลมกระจกรถยนต์กับประกันได้รึเปล่า วันนี้ insurverse จะมาอธิบายให้ทุกคนเข้าใจถึงกรณีกระจกรถยนต์แตกร้าว เพื่อช่วยคลายกังวลสำหรับผู้ที่ทำประกันรถยนต์เอาไว้ ถ้าพร้อมแล้วไปหาคำตอบในบทความนี้กันเลย
ในกรณีที่กระจกรถยนต์แตกร้าว ต้องประเมินจากความเสียหายก่อนว่าหนักแค่ไหน หากมีรอยร้าวนิดหน่อยยังพอขับต่อได้แต่ก็ควรรีบแก้ไขจะดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้รอยร้าวเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าแตกร้าวเยอะมากแนะนำว่าควรเอารถเข้าศูนย์เปลี่ยนกระจกโดยเร็วที่สุด เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายทั้งตัวคุณเองและเพื่อร่วมทางได้
กระจกรถยนต์แตกร้าวจากหินดีดใส่ สามารถเคลมได้เฉพาะประกันชั้น 1 เท่านั้น เพราะกรณีนี้นับว่าเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีผู้เอาประกันสามารถแจ้งเคลมได้ทันที หากอธิบายรายละเอียดได้ชัดเจน เช่น วันเวลา สถานที่เกิดเหตุ และรูปถ่ายหรือคลิปกล้องหน้ารถ ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก ตามที่เงื่อนไขที่ คปภ. กำหนด แต่ถ้าคุณไม่สามารถแจ้งหลักฐานหรืออธิบายที่มาที่ไปได้ก็จะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก 1,000 บาท ตามที่กำหนดในกรมธรรม์
สำหรับกรณีกระจกรถยนต์แตกจากอุบัติเหตุรถชนรถ สามารถเคลมได้กับประกันทุกชั้น เพราะนับเป็นเหตุที่มีคู่กรณี แต่จะเป็นการเคลมรวมกับความเสียหายของอะไหล่ส่วนอื่นไปพร้อม ๆ กัน
การเคลมกระจกรถยนต์นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด ผู้เอาประกันสามารถติดต่อเพื่อขอรับบริการจากทั้งบริษัทประกัน และฝั่งผู้รับซ่อมได้ โดย insurverse ขอแบ่งรายละเอียดเป็นการเคลมแบบซ่อมอู่ และการเคลมแบบซ่อมห้าง ดังนี้
อันดับแรกให้โทรเช็กความชัวร์กับทางประกันก่อนว่า กรมธรรม์ที่เราถืออยู่และหลักฐานที่เรามี สามารถทำเรื่องเคลมได้ไหม ถ้าได้รับคำยืนยันว่า “เคลมได้” ให้ไปนัดคิวซ่อมกับอู่ในเครือประกันได้เลย ข้อสำคัญคือต้องคุยก่อนว่าทางอู่จะใช้กระจกแบบไหน เพราะส่วนใหญ่อู่จะใช้กระจกที่เป็นของเทียบไม่ใช่เบิกจากศูนย์ รวมไปถึงฟิล์มที่ต้องการจะติดด้วยว่าต้องการเบอร์อะไร เพื่อเป็นการทำความเข้าใจก่อนตกลงเข้าซ่อมระหว่างคุณและอู่
หลังจากซ่อมเสร็จให้เช็กงานอย่างละเอียด หลังส่งมอบรถแล้วเรียบร้อย ทางอู่ในเครือจะส่งใบเสร็จค่าซ่อมทั้งหมดไปเบิกกับทางประกันอีกที ถือว่าเสร็จสิ้นการเคลม
ในกรณีที่ทำประกันแบบซ่อมศูนย์เอาไว้ ขั้นการขอรับบริการก็จะเหมือนกับซ่อมอู่ทั้งหมด แตกต่างกันที่กระจกทางศูนย์จะเบิกมาจากทางแบรนด์รถยนต์โดยตรง ส่วนนี้ก็จะสามารถตัดความกังวลเรื่องยี่ห้อกระจก และเกรดของกระจกที่เราจะได้ไปเลย เพราะเป็นอะไหล่แท้ตรงรุ่นที่สั่งตรงจากทางค่ายมาให้ แต่สำหรับการเคลมกระจกรถยนต์ซ่อมศูนย์นั้นอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย เพราะทางศูนย์ต้องทำเรื่องเบิกตามคิวของผู้ใช้บริการ
มาถึงตรงนี้คงเห็นแล้วว่ากระจกรถร้าว หรือแตกไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอย่างที่คิด หากทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ ก็สามารถแบ่งเบาค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ ในมุมกลับกันถ้าคุณได้ออกค่าซ่อมเองโดยไม่มีประกันช่วยคงทำให้กระเป๋าแห้งกันเลยทีเดียว ดังนั้นอย่ามองว่าทำแล้วไม่ได้ใช้ ถึงเวลาที่จำเป็นจะได้ขอเคลมประกันได้อย่างสบายใจ สำหรับใครที่ยังไม่มีประกันหรือใกล้หมดอายุ insurverse พร้อมให้บริการกับกรมธรรม์ที่คุ้มสุด ๆ ไม่ว่าจะขับขี่แบบไหนก็มั่นใจได้ คุ้มครองได้แบบชัวร์ ๆ สนใจแผนไหนเข้าไปดูกันก่อนได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว
ลองนึกภาพว่าคุณขับรถกลับบ้านแล้วอยู่ดี ๆ เจอน้ำท่วม รถดับกลางทาง คำถามคือ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะช่วยอะไรได้บ้าง บทความนี้จะอธิบายขอบเขตความคุ้มครองและข้อยกเว้นที่ควรรู้ก่อนเกิดเหตุจริงกัน ว่ารถน้ําท่วม ประกันจ่ายไหม รวมถึงวิธีเช็คความคุ้มครองภัยธรรมชาติในกรมธรรม์ของคุณ