เล่มทะเบียนรถ หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ คือ เอกสารสำคัญทางราชการที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก เพื่อแสดงหลักฐานความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และรายละเอียดของยานพาหนะ เปรียบเสมือนบัตรประชาชนของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี การโอนกรรมสิทธิ์ หรือแม้แต่การใช้เป็นหลักฐานในการทำประกันรถยนต์ เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงในการขับขี่
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมสมุดทะเบียนรถของแต่ละคนถึงมีสีไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปแล้ว กรมการขนส่งทางบกจะแบ่งประเภทของสมุดคู่มือจดทะเบียนรถตามประเภทของยานพาหนะ ดังนี้
สมุดคู่มือจดทะเบียนรถสีฟ้า เป็นเล่มทะเบียนสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล เช่น รถเก๋ง รถกระบะ และรถตู้ส่วนบุคคล
เล่มทะเบียนรถสีเขียว หรือที่เรียกติดปากว่า “เล่มเขียว” เป็นสมุดคู่มือสำหรับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลทุกประเภท
หากคุณพบว่า เล่มทะเบียนรถหาย ไม่ต้องตกใจ คุณสามารถดำเนินการขอคัดเล่มใหม่ได้ โดยไม่ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ (ยกเว้นกรณีถูกโจรกรรม) แต่สามารถเข้าไปติดต่อที่กรมการขนส่งทางบกได้เลย
หากเล่มทะเบียนรถชำรุดจนอ่านรายละเอียดไม่ได้ หรือขาดต่อภาษีเกิน 3 ปี รถคันดังกล่าวจะถูกระงับทะเบียนทันที คุณจะต้องนำป้ายทะเบียนไปคืนขนส่ง และชำระค่าปรับย้อนหลัง
นอกจากปัญหาทางกฎหมายแล้ว การปล่อยให้ภาษีและ พ.ร.บ. ขาด ยังหมายถึงการขาดความคุ้มครองขั้นพื้นฐาน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา คุณอาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
เพื่อความปลอดภัย ไม่ควรเก็บเล่มทะเบียนรถฉบับจริงไว้ในรถ เพราะหากรถสูญหาย เล่มทะเบียนก็จะหายไปด้วย ควรเก็บฉบับจริงไว้ในที่ปลอดภัยที่บ้าน และถ่ายสำเนาเก็บไว้ในรถเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานเมื่อถูกเรียกตรวจ
ไม่ได้ ผู้ที่จะสามารถขอคัดสมุดคู่มือจดทะเบียนรถใหม่ได้ ต้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เท่านั้น กรณีติดไฟแนนซ์ ต้องติดต่อบริษัทไฟแนนซ์ให้เป็นผู้ดำเนินการให้
ได้ในเบื้องต้น หากเจ้าหน้าที่ตำรวจขอดู สามารถเปิดรูปภาพสำเนาในสมาร์ทโฟนให้ดูรายละเอียดได้ แต่แนะนำให้มีสำเนาแบบกระดาษติดรถไว้ด้วยจะดีที่สุด
ปัจจุบันการต่อภาษีประจำปี สามารถใช้สำเนาเล่มทะเบียนรถแทนตัวจริงได้ พร้อมกับแนบหางบัตร พ.ร.บ. รถยนต์
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) คือ รถยนต์ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีจุดเด่นคือ สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้ ทำให้มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่ารถไฮบริดทั่วไป สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ในระยะทางที่กำหนด และเมื่อแบตเตอรี่หมด ก็จะสลับไปใช้น้ำมันผ่านเครื่องยนต์สันดาปโดยอัตโนมัติ ทำให้หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จระหว่างทาง รถยนต์ PHEV ย่อมาจากอะไร? รถ PHEV ย่อมาจาก Plug-in Hybrid Electric Vehicle หรือที่คนไทยมักเรียกกันติดปากว่า “รถปลั๊กอินไฮบริด” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ตรงกลางระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิม และรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% (EV) โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยมลพิษ และเพิ่มความประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด หลักการทำงานของรถ PHEV เป็นอย่างไร? หลายคนที่กำลังสงสัยว่า รถ PHEV คือ รถที่ทำงานแบบไหน? อธิบายง่ายๆ คือ รถประเภทนี้จะมีทั้ง “ถังน้ำมัน” และ “ช่องเสียบชาร์จไฟ” โดยมีโหมดการขับเคลื่อนหลักๆ 2 รูปแบบ ดังนี้: การขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (EV… Continue reading รถ PHEV คืออะไร? สรุปข้อมูลรถปลั๊กอินไฮบริดที่คนอยากมีรถต้องรู้
เมื่อพูดถึงการซื้อรถมือสอง การทำประกันภัย หรือแม้กระทั่งการนำรถเข้าศูนย์บริการ คำศัพท์หนึ่งที่คุณจะได้ยินบ่อยๆ คือคำว่า “เลขตัวถัง” หรือ VIN Code หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสยาวๆ เหล่านี้คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และเราจะ เช็คเลขตัวถัง ได้จากตรงไหนบ้าง? บทความนี้มีคำตอบแบบเจาะลึก ครบจบในที่เดียว เลขตัวถัง (VIN Code) สำคัญอย่างไร? เลขตัวถัง (Vehicle Identification Number หรือ VIN) หรือที่หลายคนเรียกว่า แชสซี (Chassis Number) คือ รหัสประจำตัวรถยนต์ที่มีจำนวน 17 หลัก ประกอบด้วยตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ เปรียบเสมือน “เลขบัตรประจำตัวประชาชน” ของรถคันนั้นๆ ซึ่งรถยนต์ทุกคันบนโลกจะมีรหัสนี้ไม่ซ้ำกันเลย ความสำคัญของเลขตัวถังมีดังนี้: วิธีอ่านเลขตัวถังรถยนต์ 17 หลัก บอกอะไรเราบ้าง? ตัวเลขและตัวอักษรทั้ง 17 หลักนั้นไม่ได้ถูกสุ่มขึ้นมา แต่แฝงความหมายที่เป็นมาตรฐานสากลไว้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้ หลักที่ 1-3:… Continue reading เลขตัวถังรถยนต์ (VIN) คืออะไร? วิธีเช็คและตำแหน่งดูเลขตัวถัง
m flow จ่ายเงิน สามารถทำได้ง่ายๆ 2 รูปแบบหลัก คือ 1. สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือบัญชี M-Pass/Easy Pass และ 2. สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ mflowthai.com พิมพ์เลขทะเบียนรถ แล้วสร้าง QR Code เพื่อสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) ได้ทันที โดยต้องชำระภายใน 7 วันหลังขับผ่าน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับสูงสุด 10 เท่า การขับขี่บนทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ด้วยความเร็วสูง นอกจากจะต้องศึกษาวิธีการใช้งาน M-Flow เพื่อความคล่องตัวแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการตรวจเช็กสภาพรถ และต่อพ.ร.บ. รถยนต์ ให้เรียบร้อย รวมถึงควรมีประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้ เพื่อความอุ่นใจคุ้มครองทุกอุบัติเหตุบนท้องถนน M-Flow คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนขับผ่านเลนขวา M-Flow (เอ็มโฟลว์) คือ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Free Flow) ของกรมทางหลวง ช่วยระบายรถบนหน้าด่านให้ลื่นไหล โดยใช้กล้อง… Continue reading m flow จ่ายเงิน อย่างไร? รวมวิธีชำระค่าผ่านทางอัปเดตล่าสุด