กุญแจรถหาย ถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่สร้างความปวดหัวและตกใจให้กับผู้ขับขี่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการทำหล่นหาย ลืมไว้ในรถ หรือแม้กระทั่งถูกขโมย หากคุณกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ หายใจเข้าลึกๆ แล้วตั้งสติครับ บทความนี้ได้รวบรวมวิธีแก้ปัญหาเมื่อทำกุญแจรถหาย เช็กราคาทำกุญแจใหม่ ไปจนถึงเงื่อนไขการเคลมประกันมาให้คุณแล้วครบจบในที่เดียว
Key takeaway
ก่อนที่จะเริ่มโทรเรียกช่างหรือศูนย์บริการ แนะนำให้ลองตรวจสอบตามจุดต่างๆ เหล่านี้อีกครั้ง:
หากมั่นใจแล้วว่าหาไม่เจอจริงๆ หรือไม่มีกุญแจสำรอง คุณสามารถเลือกทำกุญแจใหม่ได้ 2 ช่องทางหลัก ดังนี้
การนำรถเข้าศูนย์บริการของแบรนด์รถยนต์ที่คุณใช้งานอยู่ เป็นวิธีที่ปลอดภัยและมั่นใจได้ 100% ว่าระบบไฟฟ้าและรหัสกุญแจจะตรงกับรถของคุณ
ปัจจุบันมีช่างกุญแจรถยนต์มืออาชีพที่ให้บริการนอกสถานที่ตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่ายในการทำกุญแจรถใหม่ จะขึ้นอยู่กับประเภทของกุญแจและรุ่นรถของคุณเป็นหลัก (ราคาประมาณการเบื้องต้น)
คำถามยอดฮิตของคนมีรถคือ กุญแจหายประกันจ่ายไหม? คำตอบจะแบ่งตามประเภทประกันที่คุณถืออยู่ครับ
หากคุณทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ไว้ คุณสามารถเคลมค่ากุญแจรถได้ แต่จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า กุญแจหายจากการ ถูกโจรกรรม ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ โดยจะต้องมีร่องรอยการงัดแงะ หรือมี “ใบแจ้งความ” จากเจ้าหน้าที่ตำรวจมายืนยัน (หากประมาททำหล่นหายเอง จะไม่สามารถเคลมได้)
นอกจากนี้ รถยนต์ทุกคันบนท้องถนนจะต้องมีประกันภาคบังคับ ควบคู่ไปกับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเสมอ ดังนั้นอย่าลืมเช็กวันหมดอายุและต่ออายุ พ.ร.บ. รถยนต์ ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนดในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
สำหรับประกันรถยนต์ชั้นอื่นๆ จะไม่คุ้มครองในส่วนของกุญแจรถยนต์หายทุกกรณี ผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำกุญแจใหม่เอง
เราขอแนะนำอย่างยิ่งให้คุณไป “แจ้งความลงบันทึกประจำวัน” ที่สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุทันทีที่รู้ตัวว่ากุญแจรถหาย (โดยเฉพาะถ้าสงสัยว่าถูกขโมย) ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเคลมประกัน และป้องกันกรณีที่มีผู้ไม่หวังดีนำกุญแจของคุณไปก่ออาชญากรรม หรือตามมาขโมยรถยนต์ในภายหลัง
สามารถเคลมได้เฉพาะประกันรถยนต์ชั้น 1 ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าสูญหายจากการถูกขโมย โจรกรรม หรือชิงทรัพย์ (ต้องมีใบแจ้งความ) หากทำหล่นหายเองจะไม่สามารถเคลมได้
ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2,000 – 5,000 บาทขึ้นไป ส่วนระบบ Smart Key (Push Start) อาจมีราคา 4,000 – 10,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์
คุณสามารถโทรติดต่อช่างกุญแจรถยนต์ใกล้บ้าน, โทรหาศูนย์บริการรถยนต์ยี่ห้อที่คุณขับ, หรือติดต่อเบอร์โทรฉุกเฉิน จส.100 โทร 1137 เพื่อขอประสานงานความช่วยเหลือเบื้องต้น
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) คือ รถยนต์ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีจุดเด่นคือ สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้ ทำให้มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่ารถไฮบริดทั่วไป สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ในระยะทางที่กำหนด และเมื่อแบตเตอรี่หมด ก็จะสลับไปใช้น้ำมันผ่านเครื่องยนต์สันดาปโดยอัตโนมัติ ทำให้หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จระหว่างทาง รถยนต์ PHEV ย่อมาจากอะไร? รถ PHEV ย่อมาจาก Plug-in Hybrid Electric Vehicle หรือที่คนไทยมักเรียกกันติดปากว่า “รถปลั๊กอินไฮบริด” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ตรงกลางระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิม และรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% (EV) โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยมลพิษ และเพิ่มความประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด หลักการทำงานของรถ PHEV เป็นอย่างไร? หลายคนที่กำลังสงสัยว่า รถ PHEV คือ รถที่ทำงานแบบไหน? อธิบายง่ายๆ คือ รถประเภทนี้จะมีทั้ง “ถังน้ำมัน” และ “ช่องเสียบชาร์จไฟ” โดยมีโหมดการขับเคลื่อนหลักๆ 2 รูปแบบ ดังนี้: การขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (EV… Continue reading รถ PHEV คืออะไร? สรุปข้อมูลรถปลั๊กอินไฮบริดที่คนอยากมีรถต้องรู้
เมื่อพูดถึงการซื้อรถมือสอง การทำประกันภัย หรือแม้กระทั่งการนำรถเข้าศูนย์บริการ คำศัพท์หนึ่งที่คุณจะได้ยินบ่อยๆ คือคำว่า “เลขตัวถัง” หรือ VIN Code หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสยาวๆ เหล่านี้คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และเราจะ เช็คเลขตัวถัง ได้จากตรงไหนบ้าง? บทความนี้มีคำตอบแบบเจาะลึก ครบจบในที่เดียว เลขตัวถัง (VIN Code) สำคัญอย่างไร? เลขตัวถัง (Vehicle Identification Number หรือ VIN) หรือที่หลายคนเรียกว่า แชสซี (Chassis Number) คือ รหัสประจำตัวรถยนต์ที่มีจำนวน 17 หลัก ประกอบด้วยตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ เปรียบเสมือน “เลขบัตรประจำตัวประชาชน” ของรถคันนั้นๆ ซึ่งรถยนต์ทุกคันบนโลกจะมีรหัสนี้ไม่ซ้ำกันเลย ความสำคัญของเลขตัวถังมีดังนี้: วิธีอ่านเลขตัวถังรถยนต์ 17 หลัก บอกอะไรเราบ้าง? ตัวเลขและตัวอักษรทั้ง 17 หลักนั้นไม่ได้ถูกสุ่มขึ้นมา แต่แฝงความหมายที่เป็นมาตรฐานสากลไว้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้ หลักที่ 1-3:… Continue reading เลขตัวถังรถยนต์ (VIN) คืออะไร? วิธีเช็คและตำแหน่งดูเลขตัวถัง
m flow จ่ายเงิน สามารถทำได้ง่ายๆ 2 รูปแบบหลัก คือ 1. สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือบัญชี M-Pass/Easy Pass และ 2. สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ mflowthai.com พิมพ์เลขทะเบียนรถ แล้วสร้าง QR Code เพื่อสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) ได้ทันที โดยต้องชำระภายใน 7 วันหลังขับผ่าน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับสูงสุด 10 เท่า การขับขี่บนทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ด้วยความเร็วสูง นอกจากจะต้องศึกษาวิธีการใช้งาน M-Flow เพื่อความคล่องตัวแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการตรวจเช็กสภาพรถ และต่อพ.ร.บ. รถยนต์ ให้เรียบร้อย รวมถึงควรมีประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้ เพื่อความอุ่นใจคุ้มครองทุกอุบัติเหตุบนท้องถนน M-Flow คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนขับผ่านเลนขวา M-Flow (เอ็มโฟลว์) คือ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Free Flow) ของกรมทางหลวง ช่วยระบายรถบนหน้าด่านให้ลื่นไหล โดยใช้กล้อง… Continue reading m flow จ่ายเงิน อย่างไร? รวมวิธีชำระค่าผ่านทางอัปเดตล่าสุด