แสงเหนือ หรือที่เรียกว่า Aurora Borealis คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่ออนุภาคจากดวงอาทิตย์ปะทะกับชั้นบรรยากาศโลก ทำให้เกิดแสงสีเขียว ชมพู หรือม่วง ส่องสว่างบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แสงเหนือจะปรากฏเฉพาะในพื้นที่ใกล้ขั้วโลกเหนือ ทำให้การล่าแสงเหนือเป็นภารกิจที่หลายคนอยากสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง เพราะนอกจากความสวยงามแล้ว ยังเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมได้
การได้เห็นแสงเหนือด้วยตาตัวเองเป็นเหมือนการได้สัมผัสเวทมนตร์จากธรรมชาติ แต่ก่อนจะออกเดินทางไปตามล่าความฝันนี้ อย่าลืมเช็กเบี้ยประกันเดินทางจาก insurverse เพราะการเดินทางไกลในอากาศหนาวจัดแบบนี้ อาจมีเหตุฉุกเฉินที่คาดไม่ถึงได้ เบี้ยเริ่มต้นแค่ 59 บาทต่อทริป แต่ความคุ้มครองจัดเต็มตั้งแต่กระเป๋าเดินทางหาย ไฟล์ทดีเลย์ ไปจนถึงค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน
แสงเหนือจะปรากฏเฉพาะช่วงฤดูหนาวในเขตขั้วโลกเหนือ ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเมษายน ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือเดือนตุลาคมถึงมีนาคม เพราะท้องฟ้ามืดสนิทและมีโอกาสเห็นแสงเหนือชัดเจนขึ้น ช่วงพระจันทร์เต็มดวงอาจทำให้แสงเหนือดูจางลง ดังนั้นควรเลือกช่วงที่ไม่มีแสงจันทร์รบกวน
เวลาที่แสงเหนือมักปรากฏคือระหว่าง 22.00 น. ถึง 02.00 น. แต่ก็ไม่มีกฎตายตัว บางคืนอาจต้องรอหลายชั่วโมงถึงจะเห็น บางคืนอาจโชคดีเห็นทันทีที่ฟ้ามืด ความแรงของแสงเหนือขึ้นอยู่กับกิจกรรมทางสุริยะ (Solar Activity) การตรวจสอบพยากรณ์แสงเหนือผ่านแอปพลิเคชันเช่น Aurora Forecast จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเห็นแสงเหนือ
ฟินแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือสูง โดยเฉพาะในแถบแลปแลนด์ เมือง Rovaniemi ถือเป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยมสำหรับนักล่าแสงเหนือ ที่นี่คุณสามารถนอนใน Glass Igloo เพื่อชมแสงเหนือผ่านหลังคาแก้ว หรือจะไปผจญภัยด้วยการขับสโนว์โมบิลและล่าแสงเหนือในป่าหิมะก็ได้
ไอซ์แลนด์ไม่ได้มีดีแค่ภูเขาไฟ น้ำตก และธารน้ำแข็ง แต่ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะกับการล่าแสงเหนือด้วย เมือง Reykjavik เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเดินทางไปชมแสงเหนือรอบ ๆ เกาะ นอกจากนี้ยังสามารถไปแช่น้ำร้อนใน Blue Lagoon ขณะรอดูแสงเหนือได้อีกด้วย
นอร์เวย์มีเมือง Tromsø ที่ได้รับฉายาว่า “เมืองหลวงแห่งแสงเหนือ” เพราะมีโอกาสเห็นแสงเหนือสูงมาก แม้จะอยู่ในแถบอาร์กติก แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายพร้อมกับการผจญภัย
การล่าแสงเหนือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและคุ้มค่า สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทาง ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ และนอร์เวย์ต่างก็มีเสน่ห์และจุดเด่นเฉพาะตัว เลือกประเทศที่เหมาะกับสไตล์การเดินทางของตัวเอง แล้วเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผจญภัยใต้แสงสีเขียวบนท้องฟ้า!
การเดินทางไปล่าแสงเหนือมักต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวจัดและเส้นทางที่ท้าทาย การมีประกันเดินทางจาก insurverse ติดตัวไว้ช่วยเพิ่มความอุ่นใจตลอดทริป ไม่ว่าจะเป็นการล่าช้าในการเดินทาง กระเป๋าเดินทางหาย หรือเกิดเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพ ประกันเดินทางของ insurverse พร้อมซัพพอร์ตทันทีตลอด 24 ชั่วโมง เลือกซื้อแบบรายเที่ยวหรือรายปีก็ได้ตามไลฟ์สไตล์ของคุณ การเดินทางของคุณจะเต็มไปด้วยความสนุกโดยไม่มีอะไรสะดุด!
ขึ้นอยู่กับสถานที่และช่วงเวลา การเลือกประเทศและเมืองที่อยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือในช่วงฤดูหนาวจะเพิ่มโอกาสเห็นแสงเหนือได้มากขึ้น
ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้ามีรถยนต์และสามารถขับไปยังจุดที่มืดพอได้เอง แต่ทัวร์ล่าแสงเหนือมักมีไกด์ผู้เชี่ยวชาญที่รู้จุดที่เหมาะสมและสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้
ไม่ใช่ทุกคืนที่จะเห็นแสงเหนือ การปรากฏของแสงเหนือขึ้นอยู่กับกิจกรรมทางสุริยะและสภาพอากาศในพื้นที่
เสื้อผ้าหนา ๆ หลายชั้น เสื้อกันลม กันน้ำ ถุงมือ หมวก และรองเท้ากันหนาวเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากต้องอยู่กลางแจ้งในอุณหภูมิต่ำเป็นเวลานาน
โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ๆ ที่มีโหมดถ่ายกลางคืนสามารถจับภาพแสงเหนือได้ แต่ผลลัพธ์อาจไม่สวยเท่ากล้อง DSLR หรือ Mirrorless
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ