vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

ประกันสังคม นายจ้าง คู่มือขึ้นทะเบียน และจ่ายสมทบถูกต้อง

schedule
share
คู่มือประกันสังคม นายจ้าง ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนและยื่นเงินสมทบออนไลน์

สำหรับผู้ประกอบการที่เริ่มต้นเปิดบริษัทหรือมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป เรื่องสำคัญอันดับแรกที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายคือระบบ ประกันสังคม นายจ้าง ซึ่งถือเป็นพันธสัญญาทางกฎหมายที่กำหนดให้นายจ้างต้องดูแลสวัสดิการขั้นพื้นฐานของลูกจ้าง เพื่อสร้างความมั่นคงและหลักประกันในการทำงาน หากไม่ปฏิบัติตามย่อมมีบทลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญา บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับหน้าที่ ขั้นตอนขึ้นทะเบียน และการยื่นเงินสมทบ เพื่อให้นายจ้างดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องและราบรื่น

หน้าที่ตามกฎหมายของนายจ้างต่อระบบประกันสังคม

ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 กำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้างทำงานในสถานประกอบการตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป มีพันธกรณีหลัก 3 ประการที่ต้องปฏิบัติต่อสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ดังต่อไปนี้:

1. การขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างใหม่ (แบบ สปส. 1-01 และ สปส. 1-03)

เมื่อมีลูกจ้างในสถานประกอบการ นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่มีลูกจ้าง และต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) สำหรับลูกจ้างใหม่ทุกคนภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มรับเข้าทำงานเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิคุ้มครองตามมาตรา 33

2. การหักและนำส่งเงินสมทบประจำเดือน (แบบ สปส. 1-10)

นายจ้างมีหน้าที่คำนวณและหักเงินสมทบจากค่าจ้างของลูกจ้าง พร้อมทั้งสมทบเงินในส่วนของนายจ้างในอัตราส่วนที่เท่ากัน แล้วนำส่งให้แก่สำนักงานประกันสังคมพร้อมแบบ สปส. 1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือยื่นผ่านระบบ e-Service ภายในเวลาที่กำหนด)

3. การแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงและสิ้นสุดการจ้าง

กรณีที่ลูกจ้างลาออก เลิกจ้าง หรือเสียชีวิต นายจ้างต้องแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (สปส. 1-03/1) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป รวมทั้งการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลสถานประกอบการเมื่อมีการย้ายที่ตั้งหรือเปลี่ยนกรรมการ

อัตราเงินสมทบประกันสังคม นายจ้างและลูกจ้างต้องจ่ายเท่าไหร่?

การคำนวณเงินสมทบประกันสังคมตามมาตรา 33 คิดจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยมีสัดส่วนการจ่ายดังนี้:

  • ลูกจ้าง: จ่ายเงินสมทบในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (สูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน)
  • นายจ้าง: จ่ายเงินสมทบในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (สูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน)
  • รัฐบาล: ร่วมสมทบในอัตรา 2.75%

ตัวอย่างเช่น หากลูกจ้างได้รับเงินเดือน 20,000 บาท ฐานคำนวณจะถูกคิดที่เพดานสูงสุด 15,000 บาท ดังนั้น ลูกจ้างจะถูกหัก 750 บาท และนายจ้างจ่ายสมทบเพิ่มอีก 750 บาท รวมเป็นเงินนำส่งต่อคนเดือนละ 1,500 บาท

ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนประกันสังคมสำหรับนายจ้างผ่าน e-Service

ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมอำนวยความสะดวกให้นายจ้างสามารถขึ้นทะเบียนและทำธุรกรรมผ่านระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว:

  1. เข้าสู่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม และเลือกเมนู “ระบบ e-Service สำหรับสถานประกอบการ”
  2. ลงทะเบียนขอใช้งานระบบ พร้อมแนบเอกสารสำคัญทางนิติบุคคล เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บัตรประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจ
  3. เมื่อได้รับการอนุมัติบัญชี นายจ้างสามารถกรอกข้อมูลลูกจ้างเพื่อขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนรายบุคคล
  4. นำส่งข้อมูลเงินสมทบประจำเดือนผ่านไฟล์ Excel หรือกรอกรายบุคคล พร้อมชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ของธนาคารพันธมิตร

หากนายจ้างไม่ขึ้นทะเบียนหรือส่งเงินสมทบล่าช้า มีโทษอย่างไร?

หากนายจ้างละเลยหน้าที่หรือไม่ปฏิบัติตามกำหนด จะมีผลทางกฎหมายดังนี้:

  • กรณีไม่ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการหรือผู้ประกันตนภายในกำหนด: มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • กรณียื่นเงินสมทบล่าช้าหรือไม่นำส่ง: นายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มตามกฎหมายในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือนของยอดเงินสมทบที่ค้างชำระ

ยกระดับสวัสดิการองค์กร เสริมความคุ้มครองเหนือกว่าประกันสังคมพื้นฐาน

แม้ว่าประกันสังคมจะเป็นสิทธิประโยชน์ภาคบังคับที่ช่วยคุ้มครองสุขภาพและอุบัติเหตุจากการทำงานของลูกจ้าง แต่ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน องค์กรชั้นนำต่างให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตของบุคลากรให้ครอบคลุมรอบด้านมากยิ่งขึ้น การจัดหาสวัสดิการเสริม เช่น ประกันอุบัติเหตุ ทั้งแบบกลุ่มและแบบส่วนบุคคล ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพนักงานที่ต้องเดินทางปฏิบัติหน้าที่นอกสถานที่ นอกจากนี้ สำหรับบริษัทที่มีการใช้รถยนต์ส่วนกลางหรือรถประจำตำแหน่ง การดูแลทำ พ.ร.บ. รถยนต์ และ ประกันรถยนต์ ภาคสมัครใจอย่างครบถ้วน ไม่เพียงแต่ช่วยปฏิบัติตามกฎหมายจราจร แต่ยังสร้างความอุ่นใจและสะท้อนถึงมาตรฐานความรับผิดชอบที่นายจ้างมืออาชีพมอบให้แก่ทีมงานอย่างแท้จริง

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)