vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

ตรวจสภาพรถใช้อะไรบ้าง? เตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนไป ตรอ. อัปเดตล่าสุด

schedule
share
ตรวจสภาพรถใช้อะไรบ้าง

สำหรับผู้ใช้รถที่กำลังสงสัยว่า ตรวจสภาพรถใช้อะไรบ้าง และต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) เพื่อนำไปต่อภาษีประจำปี คำตอบแบบสรุปสั้นๆ คือ คุณต้องเตรียมสิ่งสำคัญเพียง 2 อย่าง ดังนี้:

  1. สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (ใช้เล่มจริงหรือสำเนาทะเบียนรถก็ได้)
  2. ตัวรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ (ที่ต้องการตรวจสภาพและต่อภาษี)

เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถนำรถเข้าตรวจสภาพได้ทันที! แต่สำหรับใครที่อยากทราบรายละเอียดเจาะลึกว่ารถอายุเท่าไหร่ต้องตรวจ ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ มาดูข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากกรมการขนส่งทางบกกันเลยครับ

เอกสารตรวจสภาพรถ ตรอ. ใช้อะไรบ้าง?

การเตรียมเอกสารสำหรับการตรวจสภาพรถนั้นง่ายกว่าที่คิด โดยเอกสารหลักที่ทาง สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ต้องการ มีเพียง สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ เท่านั้น ซึ่งหากคุณไม่มีเล่มจริง (ติดไฟแนนซ์อยู่) ก็สามารถใช้ สำเนาทะเบียนรถ แทนได้อย่างไม่มีปัญหา

เมื่อรถของคุณผ่านการตรวจสภาพเรียบร้อยแล้ว ทาง ตรอ. จะออกใบรับรองการตรวจสภาพรถให้ เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการต่อภาษีรถยนต์ประจำปีต่อไป และที่สำคัญ กฎหมายบังคับว่าก่อนต่อภาษี คุณจะต้องต่อความคุ้มครอง พ.ร.บ. รถยนต์ เสียก่อน เพื่อให้รถของคุณได้รับความคุ้มครองขั้นพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ เพื่อความอุ่นใจสูงสุดบนท้องถนน การมีเพียง พ.ร.บ. อาจไม่พอ ขอแนะนำให้เลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจติดรถไว้ด้วย เพื่อช่วยดูแลค่าซ่อมแซมและคุ้มครองความเสียหายทั้งต่อตัวรถของคุณและคู่กรณีเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

รถประเภทไหนและอายุเท่าไหร่ที่ต้องตรวจสภาพ?

ไม่ใช่รถทุกคันที่ต้องนำไปตรวจสภาพก่อนต่อภาษี แต่กฎหมายได้กำหนดเกณฑ์อายุการใช้งานของรถแต่ละประเภทเอาไว้ ดังนี้ครับ

รถยนต์ส่วนบุคคล

สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รถเก๋ง), รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รถตู้) และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รถกระบะ) จะต้องนำรถเข้าตรวจสภาพเมื่อมี อายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป (นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก)

รถจักรยานยนต์

สำหรับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จะต้องนำรถเข้าตรวจสภาพเมื่อมี อายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป

ค่าธรรมเนียมการตรวจสภาพรถ ราคาเท่าไหร่?

หลายคนอาจกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ความจริงแล้วอัตราค่าบริการตรวจสภาพรถที่ ตรอ. ทั่วประเทศนั้น ถูกกำหนดไว้เป็นมาตรฐานเดียวกันโดยกรมการขนส่งทางบก ดังตารางด้านล่างนี้:

ประเภทรถค่าธรรมเนียม (บาท/คัน)
รถจักรยานยนต์60 บาท
รถยนต์ (น้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 2,000 กิโลกรัม)200 บาท
รถยนต์ (น้ำหนักรถเปล่าเกิน 2,000 กิโลกรัม)300 บาท

หากตรวจสภาพรถไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไร?

หากนำรถไปตรวจแล้วพบว่าอุปกรณ์บางอย่างชำรุดหรือไม่ผ่านมาตรฐาน ทาง ตรอ. จะแจ้งข้อบกพร่องให้ทราบ สิ่งที่คุณต้องทำคือ:

  1. นำรถไปแก้ไขปรับปรุงจุดที่บกพร่องให้เรียบร้อย
  2. นำรถกลับมาตรวจสภาพซ้ำ ภายใน 15 วัน ที่สถานตรวจสภาพรถเอกชนแห่งเดิม โดยจะเสียค่าธรรมเนียมเพียง ครึ่งหนึ่ง ของอัตราปกติ หมายเหตุ: หากเกิน 15 วัน หรือเปลี่ยนไปตรวจที่ ตรอ. แห่งอื่น จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเต็มจำนวน

สรุปเรื่องการเตรียมตัวตรวจสภาพรถ

สรุปแล้ว การไป ตรวจสภาพรถใช้อะไรบ้าง นั้น ใช้เพียงแค่ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (หรือสำเนา) และตัวรถที่ต้องการตรวจเท่านั้น แนะนำให้คุณหมั่นตรวจเช็กสภาพรถเบื้องต้นด้วยตัวเองเป็นประจำ ทั้งระบบเบรก ไฟส่องสว่าง และสภาพยาง เพื่อให้การนำรถไปตรวจสภาพผ่านฉลุยในรอบเดียว ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)