vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

น้ำมันเกียร์ คืออะไร? คู่มือเลือกใช้และวิธีดูแลระบบเกียร์ไม่ให้พังก่อนวัยอันควร

schedule
share
น้ำมันเกียร์

น้ำมันเกียร์ คือสารหล่อลื่นที่ทำหน้าที่ลดแรงเสียดทานและระบายความร้อนในระบบส่งกำลังของรถยนต์ ควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทุกๆ 20,000 – 40,000 กิโลเมตร หรือทุก 2 ปี เพื่อป้องกันปัญหาเกียร์กระตุก โดยต้องเลือกใช้ให้ตรงกับประเภทของเกียร์ ได้แก่ น้ำมันเกียร์ธรรมดา, น้ำมันเกียร์ออโต้ (ATF) และ น้ำมันเกียร์ CVT

น้ำมันเกียร์ สำคัญอย่างไรต่อระบบส่งกำลังของรถยนต์?

เมื่อพูดถึงการดูแลรักษารถยนต์ หลายคนมักนึกถึงแต่น้ำมันเครื่อง จนลืมไปว่า น้ำมันเกียร์ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน น้ำมันเกียร์ทำหน้าที่เป็น “สารหล่อลื่น” หลักใน ระบบส่งกำลัง ช่วยลดการเสียดสีของฟันเฟืองโลหะขณะที่รถทำการเปลี่ยนเกียร์ นอกจากนี้ยังช่วยระบายความร้อน ชะล้างเศษโลหะ และป้องกันสนิมภายในห้องเกียร์ หากปล่อยให้น้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพแห้งขอด อาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงที่ต้องเสียค่าซ่อมหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาทได้

ประเภทของน้ำมันเกียร์ที่คุณควรรู้จัก

การเลือกใช้น้ำมันเกียร์ต้องเลือกให้ตรงกับระบบเกียร์ของรถยนต์เสมอ เนื่องจากคุณสมบัติและความหนืดน้ำมันเกียร์ของแต่ละประเภทถูกออกแบบมาให้ทำงานต่างกัน

ประเภทเกียร์ชนิดของน้ำมันเกียร์ที่ใช้คุณสมบัติเด่น
เกียร์ธรรมดา (Manual)น้ำมันเกียร์ธรรมดา (MTF)มีความหนืดสูง ทนทานต่อแรงกดกระแทกของฟันเฟืองได้ดีมาก
เกียร์อัตโนมัติ (Auto)น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ (ATF)ความหนืดต่ำกว่า ช่วยในการถ่ายทอดกำลังผ่านแรงดันของเหลว
เกียร์ออโต้แบบ CVTน้ำมันเกียร์ CVTออกแบบมาพิเศษเพื่อลดการลื่นไถลของสายพานโลหะในระบบเกียร์ CVT

น้ำมันเกียร์ธรรมดา (Manual Transmission Fluid – MTF)

น้ำมันเกียร์ธรรมดา จะเน้นที่ความสามารถในการทนแรงกดทับสูง (Extreme Pressure) เนื่องจากเฟืองเกียร์ธรรมดาจะมีการขบกันอย่างรุนแรง

น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ (Automatic Transmission Fluid – ATF)

สำหรับรถยนต์เกียร์ออโต้แบบฟันเฟือง (Torque Converter) จะต้องใช้ น้ำมันเกียร์ออโต้ ที่เป็นมาตรฐาน ATF ซึ่งทำหน้าที่ทั้งหล่อลื่นและเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดแรงดันไฮดรอลิก

น้ำมันเกียร์ระบบ CVT (Continuously Variable Transmission)

รถยนต์รุ่นใหม่ๆ นิยมใช้เกียร์ CVT ซึ่งจะต้องใช้ น้ำมันเกียร์ cvt โดยเฉพาะเท่านั้น ห้ามนำน้ำมันเกียร์ ATF มาเติมเด็ดขาด เพราะจะทำให้สายพานโลหะภายในลื่นไถลและเกียร์พังในที่สุด

5 สัญญาณเตือน! อาการแบบไหนที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนน้ำมันเกียร์

หากคุณพบอาการเหล่านี้ ควรรีบนำรถไปเช็กและเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทันที:

  1. เกียร์กระตุก: รู้สึกกระตุกแรงผิดปกติเวลาเปลี่ยนเกียร์ หรือรถมีอาการพุ่ง/กระชาก
  2. เข้าเกียร์ยาก: ในรถเกียร์ธรรมดาจะรู้สึกฝืด สับเกียร์ไม่เข้า ส่วนเกียร์ออโต้อาจมีอาการเกียร์ตอบสนองช้า (หน่วง)
  3. มีเสียงหอนดังจากห้องเกียร์: เกิดจากการเสียดสีของเฟืองเพราะสารหล่อลื่นเสื่อมสภาพ
  4. สีน้ำมันเกียร์เปลี่ยนไป: หากดึง ก้านวัดน้ำมันเกียร์ ขึ้นมาดูแล้วพบว่าน้ำมันมีสีน้ำตาลเข้ม ขุ่นดำ หรือมีกลิ่นเหม็นไหม้ แสดงว่าหมดสภาพแล้ว
  5. มีคราบน้ำมันหยดใต้ท้องรถ: สัญญาณของซีลเกียร์รั่วหรือน้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพจนซีลยางแข็งตัว

วิธีเลือกซื้อน้ำมันเกียร์ให้ถูกต้องและเหมาะกับรถของคุณ

ราคาน้ำมันเกียร์ ในตลาดมีหลากหลายขึ้นอยู่กับแบรนด์และคุณภาพ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการอ่านสเปกให้ตรงกับคู่มือรถ โดยมี 2 สิ่งที่ต้องสังเกตคือ

การอ่านค่ามาตรฐาน API (เช่น API GL-4 และ API GL-5)

ค่า API (American Petroleum Institute) ใช้บอกระดับความสามารถในการทนแรงกด

  • API GL-4: เหมาะสำหรับรถยนต์นั่งทั่วไปที่มีการใช้งานระดับปานกลาง
  • API GL-5: เกรดสูงขึ้น ทนแรงกดได้ดีมาก เหมาะสำหรับรถกระบะบรรทุกหนัก หรือเกียร์และเฟืองท้ายที่ทำงานหนัก

การดูเบอร์ความหนืด (Viscosity)

เช่น 75W-90 หรือ 80W-90 ตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกถึงความข้นใสของน้ำมัน ควรเลือกเบอร์ความหนืดให้ตรงกับที่คู่มือรถกำหนดเพื่อให้เกียร์ทำงานได้ลื่นไหลที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับน้ำมันเกียร์ (FAQ)

ควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ ทุกๆ กี่กิโลเมตร?

โดยทั่วไป ระยะเวลาเปลี่ยนถ่าย น้ำมันเกียร์จะอยู่ที่ทุกๆ 20,000 – 40,000 กิโลเมตร หรือทุก 2 ปี อย่างไรก็ตาม หากเป็นรถที่ใช้งานหนัก ขับในเมืองที่รถติดบ่อยๆ (Stop and Go) ควรเปลี่ยนให้เร็วขึ้นเพื่อยืดอายุการใช้งานของเกียร์

เอาน้ำมันเกียร์ธรรมดาไปเติมเกียร์ออโต้ได้ไหม?

ไม่ได้เด็ดขาด! เพราะความหนืดและสารเติมแต่ง (Additive) แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเติมผิดประเภทจะทำให้ระบบเกียร์พัง คลัตช์ลื่น และระบบเซนเซอร์ในเกียร์ออโต้เสียหาย

การฟลัชชิ่งเกียร์ (Flushing) จำเป็นหรือไม่?

การ ฟลัชชิ่งเกียร์ คือการใช้เครื่องมือดันน้ำมันเกียร์เก่าและสิ่งสกปรกออกจากระบบแบบ 100% (ต่างจากการขันนอตถ่ายปกติที่น้ำมันเก่าจะออกแค่ 30-40%) แนะนำให้ทำทุกๆ 70,000 – 100,000 กิโลเมตร เพื่อชะล้างเศษผงโลหะที่ตกค้าง ช่วยให้เกียร์กลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

บทสรุปและเช็กลิสต์คนรักรถ

การดูแลรักษาระบบเกียร์และหมั่นตรวจสอบระดับน้ำมันเกียร์อยู่เสมอ จะช่วยให้รถของคุณขับขี่ได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย นอกจากการดูแลสภาพเครื่องยนต์แล้ว เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการใช้รถใช้ถนน อย่าลืมต่ออายุ พ.ร.บ. รถยนต์ ให้เป็นปัจจุบันเพื่อความคุ้มครองพื้นฐานตามกฎหมาย

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)