แม้ว่ารถยนต์ทุกคันจะมีเข็มวัดระดับน้ำมันและไฟเตือนบนหน้าปัดคอยแจ้งเตือนอยู่เสมอ แต่ด้วยความเร่งรีบ การจราจรที่ติดขัดสะสม หรือการขับรถในเส้นทางต่างจังหวัดที่ไม่คุ้นเคย เหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่าง “รถน้ำมันหมด” กลางทางก็สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ขับขี่ทุกคน เมื่อเครื่องยนต์เริ่มกระตุกและดับวูบลงกลางถนน สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุชนซ้ำซ้อน บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนการเอาตัวรอด เบอร์โทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และแนวทางแก้ไขมาให้ครบถ้วน
ทันทีที่เครื่องยนต์เริ่มสะดุดหรือดับลงเนื่องจากน้ำมันหมด ให้ปฏิบัติตาม 4 ขั้นตอนนี้ทันที
เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน (ไฟผ่าหมาก) ทันทีเพื่อเตือนรถคันหลัง และใช้แรงเฉื่อยที่ยังเหลืออยู่ค่อยๆ ประคองพวงมาลัยพารถเข้าจอดชิดไหล่ทางด้านซ้ายสุดให้พ้นจากช่องทางการจราจร (หมายเหตุ: เมื่อเครื่องยนต์ดับ พวงมาลัยพาวเวอร์และแป้นเบรกจะหนักขึ้น ต้องออกแรงเหยียบเบรกและบังคับพวงมาลัยมากกว่าปกติ)
เมื่อจอดรถสนิทแล้ว ให้เข้าเกียร์ P (หรือเกียร์ว่างสำหรับเกียร์ธรรมดา) และดึงเบรกมือขึ้นให้สุด จากนั้นหากมีป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสงหรือกรวยเตือน ให้นำไปวางไว้ด้านหลังรถห่างออกไปประมาณ 50 – 100 เมตร เพื่อเตือนให้รถคันอื่นเบี่ยงหลบได้ทัน
ห้ามผู้ขับขี่และผู้โดยสารนั่งรออยู่ภายในรถ หรือยืนแช่อยู่บริเวณท้ายรถโดยเด็ดขาด ให้เปิดประตูด้านซ้ายและออกไปยืนรอหลังแผงกั้นราวเหล็กริมทาง หรือบนทางเท้า เพื่อความปลอดภัยสูงสุดจากอุบัติเหตุรถชนท้าย
ประเมินสถานการณ์ว่าสามารถเดินหรือนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปซื้อน้ำมันที่ปั๊มใกล้เคียงได้หรือไม่ (ต้องใช้แกลลอนโลหะหรือแกลลอนพลาสติกที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยเท่านั้น) หากอยู่บนทางด่วนหรือเส้นทางเปลี่ยว ให้โทรประสานงานหน่วยงานช่วยเหลือทันที
บันทึกเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินเหล่านี้ไว้ในมือถือเพื่อขอความช่วยเหลือ:
เมื่อไฟเตือนรูปถังน้ำมันสีส้มสว่างขึ้นบนหน้าปัดเรือนไมล์ โดยเฉลี่ยในถังจะยังมีน้ำมันสำรองเหลืออยู่อีกประมาณ 5 ถึง 9 ลิตร ซึ่งเพียงพอให้รถยนต์ทั่วไปสามารถวิ่งต่อไปได้อีกประมาณ 40 ถึง 60 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่และสภาพการจราจร) หากไฟเตือนโชว์ แนะนำให้รีบมองหาปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุดทันทีและหลีกเลี่ยงการเร่งเครื่องยนต์แรงๆ
การปล่อยให้น้ำมันแห้งถังจนเครื่องดับบ่อยครั้งส่งผลเสียโดยตรงต่อเครื่องยนต์ ได้แก่:
1. ปั๊มติ๊ก (ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง) ไหม้หรือพังเร็ว: เนื่องจากปั๊มติ๊กใช้น้ำมันในถังเป็นตัวระบายความร้อน เมื่อน้ำมันหมด ปั๊มจะดูดแต่อากาศจนเกิดความร้อนสะสมและมอเตอร์ไหม้
2. กรองน้ำมันเชื้อเพลิงอุดตัน: ตะกอนสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ก้นถังน้ำมันจะถูกดูดเข้าสู่ระบบ ทำให้กรองน้ำมันตันและหัวฉีดอุดตัน
3. สตาร์ทติดยากหลังจากเติมน้ำมัน: ต้องมีการปั๊มไล่อากาศในระบบท่อทางเดินน้ำมันใหม่
ปัญหารถน้ำมันหมดเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่หากเกิดขึ้นแล้ว การมีประกันรถยนต์ ชั้นนำจาก insurverse จะช่วยคลายความกังวลได้ทันที เพราะมาพร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) ที่พร้อมจัดส่งเจ้าหน้าที่นำน้ำมันฉุกเฉินมาเติมให้ถึงที่เกิดเหตุฟรี (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์) หรือยกรถไปยังสถานีบริการน้ำมันที่ใกล้ที่สุด พร้อมทั้งดูแลความคุ้มครองอุบัติเหตุอย่างครอบคลุมเมื่อทำควบคู่กับพ.ร.บ. รถยนต์ ให้คุณขับขี่ได้อย่างอุ่นใจในทุกเส้นทางทั่วประเทศ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ปัญหาเกียร์พัง รถเข้าเกียร์ไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่ไม่ต้องห่วง หากคุณมีประกันภัยรถยนต์จาก Insurverse ก็สบายใจได้เลย
หมดกังวลเรื่องที่จอดรถสุวรรณภูมิ วันนี้ insurvese เปิดวาร์ปพิกัดจอดรถสุวรรณภูมิสุด มีที่ไหนบ้าง แต่ละที่ราคาค่าจอดกี่บาท เรารวมมาให้แล้วค่ะ
หลายคนที่ซื้อรถเงินผ่อนแล้วต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงิน ส่งต่อไม่ไหวและต้องการที่จะรักษาเครดิตตนเองไว้ ทำอย่างไรจึงจะปิดยอดให้ได้ดีที่สุด จะ ขายรถติดไฟแนนซ์ อย่างไร จึงจะไม่ผิดกฎหมาย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักขั้นตอนการขายรถติดไฟแนนซ์อย่างละเอียด